วิธีเลือกหลอดไฟให้คุ้มค่าและเหมาะสมกับการใช้งาน

หลอดไฟ led

หลอดไฟ เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหนึ่งที่ช่วยให้แสงสว่างมาอย่างยาวนานและใช้กันอยู่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่แบบไส้หลอด จนได้มีการพัฒนาคิดค้นมาอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น อย่างเช่น หลอด LED ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน นอกจากนี้ หลอดไฟ ยังมีหลากหลายประเภท หลากหลายฟังก์ชั่น แต่ละประเภทก็จะมีความสว่างและมีลักษณะการใช้งานและที่แตกต่างกันออกไป

หลอดไฟ led ราคาถูก

การเลือกใช้หลอดไฟจึงถือเป็นอีกหนทางหนึ่งที่จะช่วยทำให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น หลายๆคนอาจยังไม่รู้ว่าปัจจุบันมีหลอดไฟแบบไหนบ้าง ควรเลือกแบบไหนดี และจะดีกว่าหรือไม่? หากเราสามารถเลือกใช้หลอดไฟได้เหมาะสมกับการใช้งานและคุ้มค่าที่สุด ฉะนั้นการเลือกหลอดไฟจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามเลย วันนี้ราจะมาแนะนำวิธีการเลือกหลอดไฟ เลือกอย่างไรให้ตอบโจทย์การใช้งานของเรากันค่ะ

วิธีเลือกหลอดไฟ พิจารณาจากอะไรบ้าง?

การเลือกใช้หลอดไฟ ไม่ได้ดูที่ค่าวัตต์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เราต้องพิจารณาหลายๆองค์ประกอบร่วมด้วย ดังนี้ค่ะ

  • ค่าพลังงาน หรือที่เราเรียกกันว่า วัตต์ (Watt)  ยิ่งวัตต์สูงก็จะยิ่งทำให้ใช้ไฟฟ้ามาก หรือกินไฟมากขึ้น
  • ค่าฟลักซ์แสงสว่าง มีหน่วยเป็นลูเมน (Lumen) ยิ่งมีลูเมนมากยิ่งให้แสงสว่างมาก
  • ค่าประสิทธิภาพ หรือ Efficacy คือ ปริมาณแสงที่ออกมาต่อวัตต์ที่ใช้ ยิ่งค่า Efficacy สูง ยิ่งแสดงว่าให้ปริมาณแสงสว่างออกมาเยอะ ในขณะที่ใช้วัตต์ต่ำ ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามาก
  • ค่าความถูกต้องของสี หรือ CRI มีหน่วยเป็น % มีค่าตั้งแต่ 0-100 เป็นค่าที่บอกถึงสีของวัตถุนั้นจะมีความถูกต้องหรือเพี้ยนจากความจริงมากน้อยเพียงใด ยิ่งค่า CRI สูง ยิ่งหมายถึง วัตตุนั้นมีความถูกต้องของสีใกล้เคียงกับแสงธรรมชาติหรือแสงอาทิตย์มากที่สุด และช่วยให้ดวงตาของเราไม่ทำงานหนักจนเกินไปด้วย สำหรับหลอดไฟที่ใช้ในบ้าน ควรมีค่า CRI ประมาณ 70-90 ซึ่งเป็นสีที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด
  • ขั้วหลอดไฟ ก็เป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเลือกซื้อให้ตรงกับแท่นขั้วที่เราจะนำไปใช้งาน เช่น ขั้วขาตะเกียบ ขั้วเกลียว
  • ค่าอุณหภูมิสี (Color Temperature) มีหน่วยเป็น Kelvin หรือ K คือลักษณะของแสงที่มาจาก หลอดไฟ มีตั้งแต่ 1,000 – 10,000 K โดยแบ่งเป็น 3 สีหลักๆ ได้แก่
  • สีโทนเหลืองส้ม หรือวอร์มไวท์ (Warm White) อุณหภูมิสีอยู่ที่ประมาณ 3,000 เป็นโทนสีเป็นนิยมมาก เพราให้ความรู้สึกอบอุ่นผ่อนคลาย จึงนิยมใช้ในสถานบริการต่างๆในร้านอาหาร โรงแรม ร้านสปา ตามที่พักอาศัย คอนโด หรือแม้แต่ใช้ในบ้านของเรา อย่างเช่น ห้องนอน ห้องรับแขก เป็นต้น
  • สีโทนเหลืองขาว หรือคูลไวท์ (Cool White) มีอุณหภูมิสีประมาณ 4,000 K เป็นโทนสีที่ทำให้สีจากวัตถุมีความคมชัดขึ้น เข้มขึ้น ดูสวยงาม สดใสชัดเจนขึ้น  แต่จะทำให้เรามองเห็นสีของวัตถุนั้นเพี้ยนไป จึงไม่นิยมนำมาใช้มากนัก ส่วนใหญ่ใช้เฉพาะกลุ่ม เช่น ใช้เป็นไฟบนเวที งานโชว์สินค้า ป้ายต่างๆ เป็นต้น
  • สีโทนขาว หรือเดย์ไลท์ (Day Light) อุณหภูมิสีประมาณ 6,000 Kเป็นโทนสีที่นิยมใช้มากที่สุด เพราะสีใกล้เคียงกับธรรมชาติ และให้ค่าความสว่างสูง โดยนำไปใช้ทั่วไปตามสำนักงาน โรงงาน หรือบ้านพักอาศัย เป็นต้น
  • อายุการใช้งาน (Life Time) มีหน่วยเป็นชั่วโมงซึ่งการเลือกใช้หลอดไฟที่มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า ย่อมส่งผลช่วยให้เราประหยัดค่าใช้จ่ายจากการเปลี่ยนหลอดไฟบ่อยๆ และยังเป็นการช่วยลดปริมาณขยะอีกด้วย อย่างเช่น หลอดไฟ LED ที่อายุการใช้งานยาวนานกว่าหลอดไฟประเภทอื่นๆ แถมยังกินไฟน้อยกว่า และมีประสิทธิภาพโดยรวมที่ดีกว่า

เราจะเห็นว่า วิธีการเลือกซื้อ หลอดไฟ ให้คุ้มค่าและเหมาะแก่การใช้งานนั้นมีวิธีพิจารณาไม่ยากเลย การเลือกหลอดไฟที่ดีและตอบโจททย์การใช้งานที่สุด สามารถช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของเราได้มากขึ้นอีกด้วย https://ledinfinite.com/