รองเท้าเพื่อสุขภาพผู้ชายที่ดีควรมีลักษณะดัง 8 ข้อด้านล่าง ดังต่อไปนี้

  • ต้องมีน้ำหนักเบา เพื่อไม่ให้บริเวณเท้าและขารับน้ำหนักมากจนเกินไป เพราะกิจกรรมที่ต้องยืน เดิน นาน ๆ ก็สร้างแรงกดทับบริเวณเท้ามากพอแล้ว หากต้องมารับน้ำหนักจากรองเท้าอีก อาการอาจเป็นมากขึ้น
  • พื้นรองเท้าควรมีความหนาที่พอเหมาะ เพื่อให้รองรับน้ำหนักและแรงกระแทกจากการยืน เดิน วิ่ง นานๆ ได้ดี
  • พื้นรองเท้าต้องไม่นุ่มหรือแข็งจนเกินไป รองเท้าที่พื้นนุ่มนิ่มเกินไปก็จะไม่ค่อยช่วยในการทรงตัว ทำให้ต้องเกร็งเท้าจนเมื่อย การสังเกตว่านุ่มกำลังดีหรือไม่ ให้ดูที่เวลาใส่แล้วพื้นยวบแบนลงไปแต่คงรูปอยู่ได้ สามารถคืนตัวกลับขึ้นมาแม้จะรองรับน้ำหนักตัวเรามาเป็นระยะเวลานานแล้วก็ตาม 
  • ต้องไม่คับหรือหลวมเกินไป รองเท้าสุขภาพที่ดี ต้องมีความยืดหยุ่นสูง เพื่อให้สวมสบาย และให้นิ้วเท้าเคลื่อนไหวได้โดยอิสระ ไม่ถูกบีบรัดจนเกินไปซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหากระดูกโปนนิ้วเท้าปีน ขณะเดียวกันก็ต้องไม่หลวมเกินไปเพราะอาจเกิดการเสียดสีจนเป็นแผลหรือตาปลา ที่สำคัญอาจเกิดอุบัติเหตุเท้าพลิก สะดุด หกล้ม เป็นอันตรายขณะทำงานได้
  • ต้องออกแบบมาให้ซัพพอร์ตอุ้งเท้า ที่ช่วยกระจายแรงกดของร่างกายไปทั่วฝ่าเท้า ปกติคนเราขณะยืน เดิน น้ำหนักจะมารวมศูนย์อยู่บริเวณฝ่าเท้าด้านหน้าและส้นเท้า ถ้ายืนเดินนานๆ จะเกิดอาการปวดที่เรียกว่าปวดรองช้ำ รองเท้าสุขภาพ ที่ดีจะช่วยลดอาการปวดฝ่าเท้าด้านหน้า ปวดส้นเท้า หรือ รองช้ำได้ดีมาก อีกทั้งยังช่วยค้ำอุ้งเท้าป้องกันไม่ให้เท้าบิดเข้าด้านใน อันเป็นภาวะที่จะทำให้แนวกระดูกสันหลังบิดเบี้ยว และนำมาซึ่งอาการปวดข้อต่าง ๆ เช่น ปวดข้อเข่า และ ปวดหลังส่วนเอว
  • ต้องออกแบบมาให้มีส่วนโค้งเพื่อรับสรีระเท้าและจังหวะการเดินได้อย่างถูกต้อง ทำให้บรรเทาอาการเกร็ง เมื่อยล้า ปวดกล้ามเนื้อน่องหรือขา ทั้งยังกระจายน้ำหนักได้อย่างสมดุล
  • พื้นรองเท้าด้านนอกที่สัมผัสกับพื้นควรทำจากวัสดุที่ไม่ลื่น หรือออกแบบมาให้มีปุ่มกันลื่น นอกจากจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุแล้ว ยังช่วยเรื่องสุขภาพเท้าขณะเดิน ทำให้ไม่ต้องเกร็งเท้าเพื่อยั้งตัวจนเมื่อยหรือปวดเท้า

ท้ายนี้ รองเท้าใส่สบาย เพื่อช่วยดูแลสุขภาพที่ดี ทั้งชายและหญิง ควรเสริมในเรื่องของการ ป้องกันการอับชื้น ที่ก่อให้เกิดเชื้อรา ผดผื่นคัน หรือกลิ่นไม่พึงประสงค์ด้วยนะคะ